ข่าวพลังงาน น้ำมัน พลังงาน

ทำไม “ต่างชาติ” ทยอยขายโรงกลั่นในไทย?

Pinterest LinkedIn Tumblr

ทำไม “ต่างชาติ” ทยอยขายโรงกลั่นในไทย?, Whale Energy Station

หลายปีที่ผ่านมา เราอาจได้เห็นข่าวการขายโรงกลั่นผ่านตา…

ทั้งโรงกลั่น RRC (เดิมของ Shell) ที่ขายให้ ปตท. ตอนปี 2547 และโรงกลั่น ESSO ที่ขายให้บางจาก เมื่อปี 2566ทำให้วันนี้ ประเทศไทยมีโรงกลั่นอยู่ทั้งหมด 6 แห่ง และมีเพียง SPRC (คาลเท็กซ์) เจ้าเดียวเท่านั้นที่เป็นของต่างชาติ

ทำไมต่างชาติถึงทยอย “ขายออก”

1️⃣ นโยบายไม่แน่นอน
บางช่วงรัฐพยายาม “ตรึงราคา” หรือ “ขอความร่วมมือ” เพื่อช่วยประชาชนในระยะสั้น
แต่นักลงทุนจะมองว่าเป็นการลดความยืดหยุ่น และเพิ่มความไม่แน่นอนในการทำธุรกิจ

2️⃣ ได้ไม่คุ้มเสี่ยง
ธุรกิจโรงกลั่นมีลักษณะเป็น “วัฏจักร” คือมีผลตอบแทนตามสภาวะตลาดและเศรษฐกิจ
บางปีก็ขาขึ้น บางปีก็ขาลง แต่ทว่าผลตอบแทนเฉลี่ยในไทยกลับไม่สูงเท่าความเสี่ยงนั้น

3️⃣ คืนทุนช้า
การสร้างโรงกลั่น 1 แห่ง ใช้เงินหลายแสนล้านบาท และกว่าจะคืนทุนต้องใช้เวลาเกิน 10 ปี
ดังนั้นเมื่อลงทุนไปแล้ว ทางเลือกจึงมีเพียง “เดินหน้าต่อ” หรือ “ขายให้ผู้เล่นรายอื่น”
อย่างโรงกลั่น RRC (Shell) ตัดสินใจขายกิจการให้ ปตท. และหันไปลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์แทน

4️⃣ ต้องลงทุนต่อเนื่อง
ทั้งมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเพื่อลดมลพิษ (เช่น ยูโร 5)
การเพิ่มความยืดหยุ่นเพื่อรองรับน้ำมันดิบจากหลายแหล่ง

รวมถึงเพิ่มความสามารถการแข่งขันให้กับประเทศ เพราะตลาดน้ำมันไทยเป็นตลาดเสรี
หากโรงกลั่นไทยสู้ต่างชาติไม่ได้ ก็จะเสี่ยงถูกแทนที่ด้วยการนำเข้าน้ำมัน

ถ้าไทยไม่มีโรงกลั่นในประเทศ…เราจะต้องนำเข้าน้ำมันแทน
ซึ่งอาจกระทบค่าครองชีพ และความสามารถแข่งขัน เพราะโรงกลั่นเป็นต้นน้ำของหลายอุตสาหกรรม
ทั้งภาคขนส่ง โรงงาน LPG สำหรับครัวเรือน และวัตถุดิบปิโตรเคมี เป็นต้น

🐋 ธุรกิจโรงกลั่นจึงเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง และต้องคิดยาว
บางทีการมองแค่ “กำไรระยะสั้น” อาจทำให้เราเผลอจ่าย “ต้นทุนระยะยาว” โดยไม่รู้ตัวก็ได้ฮะ 💭