
เห็นข่าวราคาน้ำมันทีไร มีทั้ง Brent, WTI และ Dubai…
3 ชื่อนี้ต่างกันอย่างไร? แล้วประเทศไทยอ้างอิงตัวไหนกันแน่? 🤔
❓ทำไมต้องมีหลายราคา
แม้ว่าน้ำมันจะเป็น “สินค้าสากล” (Global Commodity) ที่ซื้อขายกันทั่วโลก
แต่น้ำมันดิบจากแต่ละแหล่ง มีคุณภาพไม่เหมือนกัน
ตลาดจึงต้องกำหนด “ดัชนีราคากลาง” (Benchmark) แยกตามภูมิภาค
เพื่อให้ซื้อขายกันได้อย่างเป็นมาตรฐาน โดยมีดัชนีราคากลางดังนี้ฮะ
🇪🇺 Brent เกณฑ์มาตรฐาน “ยุโรป และตลาดส่งออก”
เป็นน้ำมันดิบที่ผลิตในทะเลเหนือในยุโรป มักส่งออกไปทั่วโลก
จึงใช้เป็นราคาอ้างอิงในฝั่งยุโรปและตลาดส่งออก
🇺🇸 West Texas Intermediate (WTI) เกณฑ์มาตรฐาน “สหรัฐฯ”
เป็นน้ำมันดิบที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา และใช้ในประเทศเป็นหลัก
จึงสะท้อนสภาวะเศรษฐกิจภายในสหรัฐฯ
🇹🇭 Dubai / Oman เกณฑ์มาตรฐาน “เอเชีย”
เป็นน้ำมันดิบที่ผลิตในตะวันออกกลาง มักส่งออกไปเอเชีย
จึงเป็นราคาอ้างอิงสำคัญสำหรับประเทศในแถบเอเชีย รวมถึงประเทศไทย
‼️ แต่เวลาซื้อขายจริง เราไม่ได้จ่ายราคา Dubai เป๊ะ ๆ
เพราะประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายแหล่งนอกจากตะวันออกกลาง
จึงต้อง +/- ค่า premium/discount ตามคุณภาพของน้ำมันดิบแต่ละแหล่ง
นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนอื่นบวกเพิ่มด้วย เช่น ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และเงื่อนไขตลาดในช่วงนั้น
ทำให้ราคาที่จ่ายจริงเป็นผลรวมของหลายปัจจัย ไม่ใช่ดัชนีราคากลาง Dubai เพียงตัวเดียว
🐋 พี่วาฬช่วยสรุป
ประเทศไทยใช้ดัชนี Dubai เป็น “จุดตั้งต้นราคา” เท่านั้น
แต่ราคาสุดท้ายจะปรับขึ้นลงตามคุณภาพน้ำมันและต้นทุนต่าง ๆ
จนกลายเป็นราคาจริงที่ใช้ซื้อขายนั่นเองฮะ ⛽✨
